แบบประกันทั้งหมด
การช่วยเหลือ
คำถามที่พบบ่อย

เข้าสู่ระบบ

นโยบายความเป็นส่วนตัว
นโยบายการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (Privacy Policy)

บริษัท ฟิลลิปประกันชีวิต จำกัด (มหาชน) "บริษัท" ดำเนินธุรกิจอย่างมีจรรยาบรรณ ยึดหลักธรรมาภิบาล และตระหนักถึงการได้รับความไว้วางใจจากท่านที่ใช้ผลิตภัณฑ์หรือบริการใดๆ ของบริษัท โดยบริษัทให้ความสำคัญอย่างยิ่งถึงสิทธิความเป็นส่วนตัวของท่าน และความรับผิดชอบของบริษัทกับท่าน จึงจัดทำนโยบายฉบับนี้เพื่อแจ้งให้ทราบถึง วัตถุประสงค์ หลักเกณฑ์และรายละเอียดในการเก็บรวบรวม การใช้ การเปิดเผย การโอน และประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลให้ท่านได้ทราบ ตลอดจนวิธีการเข้าถึง การนำออกใช้ แก้ไข การจัดเก็บรักษาข้อมูล และวิธีการใช้สิทธิดำเนินการใดๆ เกี่ยวกับข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน

ดังนั้น บริษัทจึงขอให้ท่านศึกษานโยบายฉบับนี้ เพื่อจะได้ทราบและเข้าใจถึงสิทธิต่างๆ ที่มีเกี่ยวกับข้อมูลส่วนบุคคล ที่ได้ให้หรือมีอยู่กับบริษัท ก่อนให้ความยินยอมแก่บริษัทในการเก็บรวบรวม การใช้ การเปิดเผย และการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน อย่างไรก็ดี นโยบายฉบับนี้อาจมีการเปลี่ยนแปลงได้ไม่ว่าในเวลาใดก็ตาม ฉะนั้น ท่านควรกลับเข้ามาอ่านนโยบายนี้เป็นครั้งคราว หรือหากมีการเปลี่ยนแปลงนโยบายฉบับนี้อย่างมีนัยสำคัญ บริษัทจะแจ้งให้ท่านทราบทันที

บทนิยาม

"บริษัท" หมายถึง บริษัท ฟิลลิปประกันชีวิต จำกัด (มหาชน)

"เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล" หมายถึง ผู้เอาประกันภัย ผู้ขอเอาประกันภัย ผู้รับประโยชน์ ผู้สมัครใช้บริการผ่านทุกช่องทางของบริษัทตัวแทนและที่ปรึกษาทางการเงิน นายหน้าประกันภัย ผู้แนะนำการลงทุน และบุคคลธรรมดาอื่นใดที่เกี่ยวข้อง มีการติดต่อ มีนิติสัมพันธ์ หรือมีปฏิสัมพันธ์กับบริษัทหรือบุคลากร เจ้าหน้าที่หรือตัวแทนของบริษัท

"ข้อมูลส่วนบุคคล" หมายถึง ข้อมูลเกี่ยวกับบุคคลซึ่งทำให้สามารถระบุตัวบุคคลนั้นได้ ไม่ว่าทางตรงหรือทางอ้อมแต่ไม่รวมถึงข้อมูลของผู้ถึงแก่กรรมโดยเฉพาะ อาทิ ชื่อ นามสกุล เพศ เชื้อชาติ สัญชาติ ศาสนา อายุ วันเดือนปีเกิด หมายเลขบัตรประจำตัวประชาชน / หมายเลขประจำตัวผู้เสียภาษีอากร หมายเลขหนังสือเดินทาง หมายเลขบัญชีธนาคาร หมายเลขบัตรเครดิต / เดบิต ที่อยู่ หมายเลขโทรศัพท์ ข้อมูลทางการเงิน ข้อมูลสุขภาพ และ/หรือข้อมูลอื่นใดตามที่กฎหมายกำหนด เป็นต้น

"ข้อมูลส่วนบุคคลที่มีความอ่อนไหว" หมายถึง ข้อมูลตามที่กำหนดไว้ใน มาตรา 26 พ.ร.บ. คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล รวมถึงข้อมูลบุคคลเกี่ยวกับเชื้อชาติ เผ่าพันธุ์ ความคิดเห็นทางการเมือง ศาสนาหรือปรัชญา พฤติกรรมทางเพศ ประวัติอาชญากรรม ข้อมูลสุขภาพ ความพิการ ข้อมูลสหภาพแรงงาน ข้อมูลพันธุกรรม ข้อมูลชีวภาพ หรือข้อมูลอื่นใด ซึ่งกระทบต่อเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลในทำนองเดียวกัน

"ข้อมูลสาธารณะ" หมายถึง ข้อมูลส่วนบุคคลที่เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลได้เปิดเผยต่อสาธารณชน เช่น ข้อมูลโปรไฟล์สื่อสังคมออนไลน์ เมื่อมีการใช้ข้อมูลและรหัสการเข้าระบบ ของสื่อสังคมออนไลน์ (social media credential) เช่น Facebook Twitter และ Line เพื่อเชื่อมต่อหรือเข้าสู่บริการใดๆ ของบริษัท

"IP Address" หมายถึง สัญลักษณ์เชิงหมายเลขที่กำหนดให้แก่อุปกรณ์แต่ละชนิด เช่น คอมพิวเตอร์ หรือเครื่องพิมพ์ ที่มีส่วนร่วมอยู่ในเครือข่ายคอมพิวเตอร์ ที่ใช้อินเทอร์เน็ตในการสื่อสาร

"แอปพลิเคชั่น" หมายถึง โปรแกรม หรือชุดคำสั่งที่ใช้ควบคุมการทำงานของคอมพิวเตอร์เคลื่อนที่ และอุปกรณ์ต่อพ่วงต่างๆ เพื่อให้ทำงานตามคำสั่งและตอบสนองความต้องการของผู้ใช้

"คุกกี้ (cookies)" หมายถึง ข้อมูลคอมพิวเตอร์ขนาดเล็ก (text file) ที่จะบันทึกลงบนคอมพิวเตอร์หรืออุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ของท่าน เมื่อท่านเข้าชมเว็บไซต์ คุกกี้จะจดจำข้อมูลการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน

วัตถุประสงค์ในการเก็บรวบรวม ใช้ และเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคล

2.1 เพื่อเสนอขาย ขาย จัดให้ บริหารจัดการ ดำเนินการ ปฏิบัติตามขั้นตอนกระบวนการ และจัดการเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์หรือบริการต่างๆ ของบริษัทกับท่าน

2.2 เพื่อดำเนินการตามสัญญาประกันชีวิต โดยการปฏิบัติตามขั้นตอนกระบวนการการทำสัญญาประกันชีวิต การเวนคืนกรมธรรม์ และการจ่ายค่าสินไหมทดแทน รวมถึงการจ่ายผลประโยชน์ตามกรมธรรม์ การต่ออายุ การแก้ไข การยกเลิกกรมธรรม์ฯ ตลอดจนถึงการใช้สิทธิใดๆ ภายใต้กรมธรรม์ของท่าน

2.3 เพื่อดำเนินการตามคำขอใช้ผลิตภัณฑ์หรือบริการใดๆ ของท่านกับบริษัท

2.4 เพื่อบริหารจัดการกรมธรรม์ประกันชีวิต และกรมธรรม์ประกันชีวิตควบการลงทุนของท่านที่มีไว้กับบริษัท รวมถึงการใช้สิทธิใดๆ ภายใต้กรมธรรม์ของเจ้าของข้อมูล ซึ่งรวมถึงสิทธิในการรับช่วงสิทธิ (หากมี)

2.5 เพื่อการให้บริการหลังการขายที่มีประสิทธิภาพและประโยชน์สูงสุด

2.6 เพื่อปฏิบัติตามขั้นตอน กระบวนการจัดการ ทำให้แล้วสำเร็จ และทำให้เกิดผลซึ่งข้อร้องขอตามสัญญาและตามเงื่อนไขการให้บริการของบริษัท

2.7 เพื่อออกแบบผลิตภัณฑ์และบริการใหม่ของบริษัท หรือการพัฒนาผลิตภัณฑ์และบริการที่มีอยู่ของบริษัท

2.8 เพื่อการประกันภัยต่อของบริษัทกับท่าน

2.9 เพื่อการติดต่อสื่อสารเกี่ยวกับการใช้ผลิตภัณฑ์หรือบริการใดๆ รวมถึงข้อมูลเกี่ยวกับการจัดการผลิตภัณฑ์และบริการเพื่อควบคุมคุณภาพการให้บริการ

2.10 เพื่อศึกษาความต้องการผลิตภัณฑ์หรือบริการทางการตลาด การวิจัยตลาด การวิเคราะห์ข้อมูล และการคำนวณทางคณิตศาสตร์ประกันภัย การรายงานหรือการประเมินผลทางการเงิน

2.11 เพื่อการสืบสวนหรือป้องกันการกระทำที่เกี่ยวกับการฉ้อโกง และการกระทำผิดอื่นๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเพื่อการติดต่อสื่อสารกับบริษัทต่างๆ ในธุรกิจบริการทางการเงินและการประกัน

2.12 เพื่อการปรับโครงสร้างองค์กรของบริษัทฯ และการทำธุรกรรมของบริษัทฯ

2.13 เพื่อให้เจ้าของข้อมูลสามารถเข้าถึงเนื้อหาในเว็บไซต์ แอปพลิเคชัน หรือแพลตฟอร์มสื่อสังคมออนไลน์ รวมถึงการติดตามพฤติกรรมของเจ้าของข้อมูล และการจัดโฆษณาตามกลุ่มเป้าหมาย

2.14 เพื่อปฏิบัติตามกฎระเบียบและกฎเกณฑ์ที่เกี่ยวข้องกับการดำเนินธุรกิจของบริษัท

2.15 เพื่อบริหารจัดการการตลาดดิจิทัลและการส่งเสริมการขาย

2.16 เพื่อสมัครงาน และ/หรือสมัครเป็นตัวแทนประกันชีวิต นายหน้าประกันชีวิต คู่ค้าทางธุรกิจ ทางเว็บไซต์ของบริษัท และช่องทางอื่นของบริษัท

เว้นแต่กฎหมายและกฎระเบียบที่ใช้บังคับจะอนุญาตให้กระทำเป็นอย่างอื่น บริษัทจะขอความยินยอมจากเจ้าของข้อมูลใหม่ หากประสงค์จะใช้ข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน เพื่อวัตถุประสงค์อื่นใดนอกเหนือจากที่ระบุไว้ในนโยบายฉบับนี้

ข้อมูลส่วนบุคคลที่เก็บรวบรวม

บริษัทอาจเก็บรวบรวมหรือถือครองข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน ซึ่งขึ้นอยู่กับประเภทของผลิตภัณฑ์หรือบริการที่ท่านเลือกใช้ หรือความสัมพันธ์ระหว่างท่านกับบริษัท

3.1 ข้อมูลส่วนบุคคลทั่วไป

(1) ข้อมูลส่วนบุคคลที่เป็นการทั่วไป เช่น ชื่อ-นามสกุล เลขบัตรประจำตัวประชาชน เลขที่หนังสือเดินทาง วันเดือนปีเกิด อายุ เพศ อาชีพ สถานภาพทางการสมรส รูปถ่าย ที่อยู่ตามทะเบียนบ้าน หมายเลขโทรศัพท์ อีเมล รายละเอียดข้อมูลติดต่ออื่นๆ และเสียงบันทึกการสนทนา

(2) ข้อมูลเกี่ยวกับการทำงาน เช่น เงินเดือน ตำแหน่งงาน สถานที่ทำงาน ประวัติเกี่ยวกับการทำงานของท่าน ซึ่งอาจรวมถึงชื่อและที่อยู่ของนายจ้างของท่าน

(3) ข้อมูลทางการเงิน เช่น รายได้ แหล่งที่มาของรายได้ เลขบัญชีธนาคาร ข้อมูลเกี่ยวกับภาษี รายละเอียดเกี่ยวกับบัตรเครดิต และรายละเอียดหรือข้อมูลเกี่ยวกับการชำระเงินอื่นๆ

(4) รายละเอียดผลิตภัณฑ์และ/หรือบริการต่างๆ ได้แก่ หมายเลขกรมธรรม์ จำนวนเงินเอาประกัน วิธีการจ่ายเบี้ยประกันภัย ประวัติการชำระเบี้ยประกันภัย ผู้รับประโยชน์ การเรียกร้องค่าสินไหมทดแทน

(5) สถานะทางกฎหมาย เช่น สถานะเกี่ยวกับการฟอกเงิน สถานะล้มละลาย สถานะตาม FATCA

(6) ข้อมูลทางเทคนิค เช่น ข้อมูลเกี่ยวกับการที่ท่านใช้เว็บไซต์บริษัท หรือแอปพลิเคชั่นของบริษัท รวมถึง IP Address คุกกี้ (cookies) และข้อมูลอุปกรณ์

3.2 ข้อมูลส่วนบุคคลที่มีความอ่อนไหว

บริษัทมีความจำเป็นต้องเก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคลที่มีความอ่อนไหว (Sensitive Personal Data) ได้แก่ ข้อมูลสุขภาพ ความพิการ เพื่อการซื้อหรือใช้ผลิตภัณฑ์หรือบริการของบริษัท โดยข้อมูลดังกล่าวมีความจำเป็นต่อการพิจารณารับประกันภัย ตลอดจนการให้บริการและการจ่ายค่าสินไหมทดแทน

นอกจากนี้ บริษัทอาจเก็บรวบรวมและถือครองข้อมูลส่วนบุคคลที่อ่อนไหวของท่านเพิ่มเติม ได้แก่ เชื้อชาติ เผ่าพันธุ์ พฤติกรรมทางเพศ ความคิดเห็นทางการเมือง ประวัติอาชญากรรม ข้อมูลพันธุกรรม และข้อมูลอัตลักษณ์ทางชีวภาพ (biometric) ทั้งนี้เพื่อการดำเนินการตามกฎหมายที่เกี่ยวข้อง

อย่างไรก็ตาม หากท่านไม่ให้หรือไม่สามารถให้ข้อมูลส่วนบุคคลบางประการ หรือไม่ให้ความยินยอมแก่บริษัทในการเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลที่จำเป็น บริษัทอาจปฏิเสธสามารถสร้างความสัมพันธ์หรือทำธุรกรรม หรือทำสัญญากับท่านได้

แหล่งที่มาของข้อมูลส่วนบุคคล

บริษัทอาจจะได้รับข้อมูลส่วนบุคคลของท่านจาก 2 ช่องทาง ดังนี้

(1) บริษัทได้รับข้อมูลส่วนบุคคลจากท่านโดยตรง

(ก) การสมัครใช้ผลิตภัณฑ์หรือบริการของท่านกับบริษัท

(ข) การยื่นคำร้องของใช้สิทธิต่างๆ ของท่านกับบริษัท

(ค) ช่องทางการติดต่อสื่อสารต่างๆ ระหว่างบริษัทกับท่าน

(ง) การร่วมกิจกรรมของท่านกับบริษัท

(จ) ข้อมูลการใช้เว็บไซต์ของบริษัทผ่าน browser's cookies หรือแอปพลิเคชั่นของบริษัทกับท่าน

(ฉ) การสร้างความสัมพันธ์ทางธุรกิจ หรือทำธุรกรรม หรือทำสัญญากับบริษัท

(ช) การสำรวจความพึงพอใจ การให้บริการหลังการขาย

(2) บริษัทได้รับข้อมูลส่วนบุคคลจากแหล่งอื่นหรือบุคคลอื่น

(ก) ตัวแทนประกันชีวิต ผู้บริหารงานขายประกันชีวิต นายหน้าประกันชีวิต

(ข) ผู้แนะนำการลงทุน ที่ปรึกษาทางการเงิน

(ค) คู่ค้าทางธุรกิจของบริษัท

(ง) บริษัทประกันภัย หรือบริษัทประกันชีวิตที่มีฐานะเป็นคู่สัญญากับบริษัท

(จ) บริษัทในเครือหรือบริษัทในกลุ่มธุรกิจเดียวกัน

(ฉ) หน่วยงานของรัฐ หรือหน่วยงานกำกับดูแล ที่บริษัทต้องปฏิบัติตามข้อกำหนดกฎหมาย

การเก็บรวบรวม ใช้ และเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคล

บริษัท อาจจะเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของท่านตามวิธีการที่กฎหมายกำหนด และจำเป็นตามวัตถุประสงค์ โดยวิธีต่อไปนี้

(1) เมื่อท่านแสดงเจตนาจะซื้อหรือใช้ผลิตภัณฑ์หรือบริการของบริษัท และ/หรือเมื่อท่านเข้าถึงหรือใช้เว็บไซต์ หรือแอปพลิเคชั่น

(2) เมื่อท่านส่งใบคำขอเอาประกันและเอกสารหลักฐานประกอบการขอเอาประกัน

(3) เมื่อได้รับข้อมูลจากการตรวจสอบจากแหล่งข้อมูลที่เป็นสาธารณะ หรือผู้ให้บริการข้อมูล (Data Providers)

(4) เมื่อท่านติดต่อสื่อสารกับบริษัท ไม่ว่าจะสื่อสารเป็นหนังสือหรือด้วยวาจา

(5) เมื่อท่านส่งคำร้องขอให้มีการเปลี่ยนแปลงหรือแก้ไขข้อมูลผลิตภัณฑ์ที่ท่านซื้อหรือบริการที่ท่านใช้

(6) เมื่อท่านติดต่อกับบุคลากร ตัวแทนประกันชีวิต นายหน้าประกันชีวิต คู่ค้าของบริษัท หรือบุคคลอื่นที่เกี่ยวข้องกับบริษัท

(7) เมื่อท่านติดต่อบริษัทผ่านทางเว็บไซต์ แอปพลิเคชั่น สื่อสังคมออนไลน์ โทรศัพท์ อีเมล หรือโดยวิธีการอื่นใดของบริษัท

(8) เมื่อได้รับการร้องเรียนเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์และ/หรือบริการของบริษัท

(9) เมื่อเก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคลจากบุคลากรและคู่ค้าของบริษัท

(10) เมื่อท่านส่งข้อมูลส่วนบุคคลให้แก่บริษัทเพื่อขอเข้าร่วมในกิจกรรมทางการตลาด งานอีเว้นท์ หรือการจับฉลากชิงโชค

(11) เมื่อได้รับข้อมูลส่วนบุคคลจากบุคคลภายนอกเกี่ยวกับท่าน ได้แก่ โรงพยาบาล แพทย์ แหล่งข้อมูลทางการแพทย์ บุคลากรผู้ประกอบวิชาชีพสาธารณสุข สมาคมประกันชีวิต

การขอความยินยอมของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล (Consent)

ในกรณีที่บริษัทต้องขอความยินยอม ในการเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคล บริษัทพิจารณากำหนดวิธีการขอความยินยอมที่เหมาะสมกับการเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล โดยสอดคล้องกับหลักเกณฑ์ในการขอความยินยอมตามกฎหมายว่าด้วยการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล และกฎหมายอื่นที่เกี่ยวข้อง

(1) การขอความยินยอมจากเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล ให้ทำโดยชัดแจ้งเป็นหนังสือหรือทำโดยผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์ เว้นแต่โดยสภาพไม่อาจขอความยินยอมด้วยวิธีการดังกล่าวก็อาจขอความยินยอมด้วยวิธีการอื่นได้

(2) การขอความยินยอมจากเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลซึ่งเป็นผู้เยาว์หรือผู้ที่ยังไม่บรรลุนิติภาวะ บุคคลไร้ความสามารถ บุคคลเสมือนไร้ความสามารถ ต้องเป็นไปตามที่กฎหมายว่าด้วยการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลกำหนด

(3) ในกรณีลูกค้าเป็นผู้เอาประกันภัยซึ่งมีกรมธรรม์ประกันภัยหลายฉบับ ให้พิจารณาว่าควรขอความยินยอมแยกเป็นรายกรมธรรม์ประกันภัยหรือไม่ โดยพิจารณาจากวัตถุประสงค์ของการเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคล

(4) การที่บริษัทได้รับข้อมูลส่วนบุคคลของผู้มุ่งหวัง (prospect) จากบุคคลอื่นเพื่อเสนอขายกรมธรรม์ประกันภัยของบริษัท บริษัทต้องขอความยินยอมอีกครั้งหรือให้บุคคลอื่นที่เปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลต่อบริษัทนั้นขอความยินยอมให้บริษัทตั้งแต่ต้น

(5) ในกรณีที่ลูกค้าเป็นผู้เอาประกันภัยที่ได้ให้ข้อมูลส่วนบุคคลของบุคคลอื่นที่เกี่ยวข้องแก่บริษัท เช่น คู่สมรส ผู้ชำระเบี้ยประกันภัย ผู้รับประโยชน์ตามกรมธรรม์ประกันภัย บริษัทอาจกำหนดเงื่อนไขในใบคำขอเอาประกันภัยให้ผู้เอาประกันภัยให้คำรับรองว่าได้แจ้งนโยบายการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลของบริษัทให้แก่บุคคลดังกล่าวแล้ว

การเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคล

ในการดำเนินการตามวัตถุประสงค์ต่างๆ ข้างต้น บริษัทอาจเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของท่านให้แก่บุคคลต่างๆ ดังต่อไปนี้

(1) ตัวแทนประกันชีวิต นายหน้าประกันชีวิต ผู้บริหารงานขายประกันชีวิต ผู้แนะนำการลงทุน ที่ปรึกษาทางการเงิน พันธมิตรทางธุรกิจ

(2) ผู้ถือกรมธรรม์ประกันภัยกลุ่ม

(3) บริษัทประกันต่อ บริษัทจัดการการลงทุน สถาบันจัดอันดับความน่าเชื่อถือ ธนาคาร สถาบันการเงิน

(4) บุคลากรของบริษัท ซึ่งให้บริการเกี่ยวกับการจัดการต่างๆ หรือการให้บริการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคล

(5) ผู้ประกอบธุรกิจประกันชีวิตรายอื่นๆ

(6) สมาคมประกันชีวิต

(7) หน่วยงานรัฐหรือหน่วยงานกำกับดูแล หรือบุคคลอื่นใดในประเทศที่บริษัทต้องเปิดเผยข้อมูลให้

(8) ผู้ให้คำปรึกษาของบริษัท ซึ่งเป็นผู้ประกอบวิชาชีพ เช่น ทนายความ แพทย์ ผู้ตรวจสอบบัญชีหรือที่ปรึกษา

(9) บุคคลหรือหน่วยงานใดๆ ที่ท่านให้ความยินยอมให้เปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน

การโอนข้อมูลไปยังต่างประเทศ

นโยบายฉบับนี้มีผลใช้บังคับกับบริษัทและบริษัทในเครือหรือบริษัทที่อยู่ในกลุ่มธุรกิจเดียวกัน รวมถึงบุคคลภายนอกที่กระทำการใดๆ กับข้อมูลส่วนบุคคลภายใต้ข้อตกลงและ/หรือสัญญากับบริษัท ดังนั้น ข้อมูลส่วนบุคคลของท่านอาจถูกโอนไป หรือถูกจัดเก็บไว้ หรือประมวลผลโดยบริษัทหรืออาจถูกส่งให้แก่บุคคลหรือหน่วยงานที่มีที่ตั้งอยู่ในประเทศไทยหรือต่างประเทศ

ข้อมูลส่วนบุคคลของท่านอาจจะถูกโอนไปยังบุคคล กลุ่มบุคคล หน่วยงาน หรือสถานที่ต่างๆ ตามเงื่อนไขเกี่ยวกับการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลตามข้อกำหนดของ พ.ร.บ. คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ.2562

สิทธิเกี่ยวกับข้อมูลส่วนบุคคล

ท่านเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลมีสิทธิดำเนินการเกี่ยวกับข้อมูลส่วนบุคคลของท่านดังต่อไปนี้

(1) สิทธิในการเข้าถึงข้อมูลและสำเนาข้อมูลส่วนบุคคลของท่านที่บริษัทเก็บไว้ และสิทธิในการแจ้งให้เปิดเผยแหล่งที่มาของข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน

(2) สิทธิในการเพิกถอน หรือร้องขอให้เปลี่ยนแปลงขอบเขตความยินยอมที่ได้ให้ไว้กับบริษัท

(3) สิทธิในการจำกัด การระงับ หรือการคัดค้าน การประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน

(4) สิทธิในการโอนย้ายข้อมูลส่วนบุคคลของท่านไปยังบุคคล และ/หรือ องค์กรอื่น

(5) สิทธิในการเพิกถอนการให้ความยินยอมเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของท่านที่ได้ให้ไว้กับบริษัท

(6) สิทธิในการตรวจสอบว่าเรามีข้อมูลส่วนบุคคลใดๆ เกี่ยวกับท่านหรือไม่ ตลอดจนสิทธิในการเข้าถึงข้อมูลการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน

(7) สิทธิในการขอให้ทำการแก้ไข ลบหรือทำลายข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน

(8) สิทธิในการยื่นเรื่องร้องเรียนต่อคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล

ในการใช้สิทธิท่านสามารถติดต่อบริษัทได้ตามรายละเอียดการติดต่อของบริษัทที่ระบุในนโยบายฉบับนี้ และบริษัทคาดว่าจะสามารถตอบกลับตามคำขอของท่านได้ภายใน 30 วันทำการ หลังจากได้รับคำขอใช้สิทธิเกี่ยวกับข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน

10. การเพิกถอนความยินยอม

(1) บริษัทมีการจัดให้ลูกค้าสามารถขอถอนความยินยอมในการเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลตามที่กฎหมายว่าด้วยการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลกำหนด โดยลูกค้าจะถอนความยินยอมเมื่อใดก็ได้ และกระทำได้โดยง่ายเช่นเดียวกับการให้ความยินยอม

(2) ท่านสามารถใช้สิทธิเพิกถอนความยินยอมให้บริษัทเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลได้ หากการใช้สิทธิดังกล่าวของท่านจะไม่ส่งผลกระทบต่อการเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลที่ท่านได้ให้ความยินยอมไปแล้วก่อนหน้านั้น

อย่างไรก็ตาม การใช้สิทธิเพิกถอนความยินยอมอาจส่งผลกระทบต่อท่านเกี่ยวกับ การพิจารณารับประกันภัย หรือการให้บริการผู้ถือกรมธรรม์ หรือการจ่ายเงินตามกรมธรรม์ หรือการให้บริการใดๆ ที่เกี่ยวข้องกับการประกันภัย

11. การเก็บรักษาข้อมูลส่วนบุคคล

(1) บริษัทจะเก็บรักษาข้อมูลส่วนบุคคลของท่านตราบเท่าที่จำเป็นต้องเก็บเพื่อการดำเนินการให้บรรลุวัตถุประสงค์ของท่าน

(2) บริษัทจะเก็บรักษาข้อมูลส่วนบุคคลของท่านไม่เกิน 10 ปี นับแต่วันที่สิ้นสุดความสัมพันธ์ หรืออาจเก็บรักษาข้อมูลส่วนบุคคลของท่านนานกว่าที่กำหนด หากกฎหมายอนุญาต

(3) บริษัทจะทำการลบหรือทำลาย หรือทำให้ข้อมูลส่วนบุคคลของท่านเป็นข้อมูลที่ไม่สามารถระบุตัวของท่านตามระยะเวลาเก็บรักษาข้อมูลส่วนบุคคล

12. กิจกรรมทางการตลาดและการส่งเสริมการตลาด

ในระหว่างอายุสัญญาประกันภัย บริษัทอาจเปิดเผยหรือส่งต่อข้อมูลส่วนบุคคลของท่านให้แก่ บริษัท หลักทรัพย์ ฟิลลิป (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) ซึ่งเป็นบริษัทในเครือ เพื่อการประชาสัมพันธ์ แนะนำข้อมูล หรือเสนอเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์และบริการ รวมถึงเพื่อให้การบริการมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น โดยการเปิดเผยหรือส่งต่อข้อมูลดังกล่าวจะเป็นไปตามวัตถุประสงค์ที่ได้แจ้งไว้ และภายใต้ขอบเขตความยินยอมที่ท่านได้ให้ไว้

ทั้งนี้ ท่านมีสิทธิขอยกเลิกความยินยอมในการรับข่าวสารได้ทุกเมื่อ ตามช่องทางที่ท่านได้รับข้อมูลข่าวสารดังกล่าว

ประกาศความเป็นส่วนตัวสำหรับการใช้กล้องโทรทัศน์วงจรปิด (CCTV)

วัตถุประสงค์และฐานทางกฎหมายที่บริษัทใช้สำหรับการเก็บรวบรวม ใช้ และ/หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลในการติดตั้ง กล้องโทรทัศน์วงจรปิด (CCTV) เพื่อปกป้องคุ้มครองความปลอดภัยรวมถึงทรัพย์สินของท่าน ปกป้องอาคารสถานที่และทรัพย์สินจากความเสียหาย ความขัดข้อง การทำลาย และจากอาชญากรรมอื่นๆ ทั้งนี้ บริษัทจะติดตั้งกล้องในพื้นที่ที่สามารถเห็นได้โดยง่ายในบริเวณพื้นที่ของบริษัทตลอด 24 ชั่วโมง และจะไม่มีการบันทึกเสียงของท่าน รวมถึงจะไม่ติดกล้อง CCTV ในพื้นที่บริเวณห้องน้ำ

บริษัทจะติดตั้งป้ายเพื่อแจ้งเตือนการทำงานของกล้อง CCTV ที่จุดทางเข้า-ออก ประตูของบริษัท เพื่อให้ท่านทราบว่าในบริเวณของบริษัทมีกล้อง CCTV ทำงานอยู่เพื่อบันทึกภาพของท่าน

เว็บไซต์และคุกกี้

นโยบายฉบับนี้ใช้สำหรับการให้บริการของบริษัท และการใช้งานเว็บไซต์ของบริษัทเท่านั้น หากท่านได้กดไฮเปอร์ลิงค์ (Hyperlinks) หรือลิงค์ (Link) ไปยังเว็บไซต์อื่น โดยผ่านช่องทางในเว็บไซต์ของบริษัท ท่านจะต้องศึกษาและปฏิบัติตามนโยบายการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล ที่ปรากฏในเว็บไซต์นั้นๆ แยกต่างหากจากบริษัท

การใช้คุกกี้ (cookies) จะทำให้ท่านได้รับความสะดวกสบายในการใช้บริการผ่านเว็บไซต์ของบริษัท เพราะคุกกี้ (cookies) จะช่วยจดจำเว็บไซต์ที่ท่านแวะหรือเยี่ยม ทั้งนี้ บริษัทอาจนำข้อมูลที่คุกกี้ได้บันทึกหรือเก็บรวบรวมไว้ไปใช้ในกรณี ดังต่อไปนี้

(1) เพื่อให้ระบบแสดงข้อมูลหรืออนุญาตให้เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลเข้าถึงบริการบางอย่างได้ เช่น การสอบถามข้อมูลกรมธรรม์ หรือการเปลี่ยนแปลงรายละเอียดส่วนตัว

(2) เพื่อให้บริษัทสามารถนำเสนอข่าวสารหรือประชาสัมพันธ์เกี่ยวกับบริษัท และบริการที่เป็นประโยชน์ต่อท่านตามความเหมาะสม

(3) เพื่อให้เป็นข้อมูลเบื้องต้นในการปรับปรุงเนื้อหาและบริการของเว็บไซต์ให้สอดคล้องกับความต้องการของท่านมากที่สุด

การแก้ไขเปลี่ยนแปลงนโยบายฉบับนี้

บริษัทขอสงวนสิทธิ์ในการเปลี่ยนแปลง แก้ไข เพิ่มเติม หรือปรับปรุงนโยบายฉบับนี้เท่าที่กฎหมายอนุญาต หากเป็นการเปลี่ยนแปลงในสาระสำคัญหรือวัตถุประสงค์ใหม่บริษัทจะแจ้งการแก้ไข การเปลี่ยนแปลง หรือการปรับปรุงให้ทราบผ่านทางเว็บไซต์ของบริษัท หรือช่องทางอื่นใดที่บริษัทใช้สำหรับติดต่อสื่อสารกับท่าน ซึ่งท่านสามารถตรวจสอบได้ตลอดเวลา

ช่องทางการติดต่อ

หากท่านมีข้อสงสัยเกี่ยวกับนโยบายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลฉบับนี้ หรือต้องการข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับแนวทางปฏิบัติของบริษัทเกี่ยวกับการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน หรือต้องการใช้สิทธิเกี่ยวกับข้อมูลส่วนบุคคลของท่านกรุณาติดต่อ

รายละเอียดของบริษัทฯ
ชื่อบริษัท : บริษัท ฟิลลิปประกันชีวิต จำกัด (มหาชน)
ที่อยู่ : 849 อาคารวรวัฒน์ ถนนสีลม แขวงสีลม เขตบางรัก กรุงเทพมหานคร 10500
ช่องทางการติดต่อ : โทร. 02-022-5000
เวลาทำการ : เปิดทำการ ทุกวันจันทร์ – วันศุกร์ เวลา 08:30 – 17:00 น. / ปิดทำการ ทุกวันเสาร์ – อาทิตย์ และวันหยุดนักขัตฤกษ์
อีเมล :crc@philliplife.com
รายละเอียดเจ้าหน้าที่คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (DPO)
ชื่อ – สกุล : นายยุทธการ จงสุวรรณ
ที่อยู่ : บริษัท ฟิลลิปประกันชีวิต จำกัด (มหาชน) 849 อาคารวรวัฒน์ ถนนสีลม แขวงสีลม เขตบางรัก กรุงเทพมหานคร 10500
ช่องทางการติดต่อ : โทร. 02-022-5000
เวลาทำการ : เปิดทำการ ทุกวันจันทร์ – วันศุกร์ เวลา 08:30 – 17:00 น. / ปิดทำการ ทุกวันเสาร์ – อาทิตย์ และวันหยุดนักขัตฤกษ์
อีเมล :dpo@philliplife.com